ขั้นตอน และเส้นทางในการการผลิตสายเน็ตไฟเบอร์

ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ในปัจจุบันนี้เรื่องของอินเตอร์เน็ตเองก็ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตของคนแทบทุกคน การพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ให้บริการเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ให้บริการทุกค่ายจะต้องพยายามสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้บริการ อย่างทุกวันนี้การใช้สายเน็ตไฟเบอร์ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ทุกคนได้ใช้งานกัน
สายเน็ตไฟเบอร์ คืออะไร
สายเน็ตไฟเบอร์ หรือ Fiber Optic คือ สายใยแก้วนำแสง เป็นสายที่มีแกนการผลิตมาจากใยแก้วบริสุทธิ์ คุณสมบัติหลักๆ ก็คือสามารถนำส่งลำแสงจากช่วงต้นทางไปยังช่วงของปลายทางได้ เพื่อใช้งานตามที่ต้องการ ซึ่งปกติแล้วสายเน็ตไฟเบอร์ก็จะใช้ในเรื่องของการนำส่งพวกข้อมูลเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ เพราะว่าสามารถส่งได้อย่างไม่จำกัด ส่งในปริมาณที่เยอะๆ ได้ ไม่มีผลกระทบต่อตัวคลื่นสัญญาณรบกวนไฟฟ้า ยิ่งในปัจจุบันนี้อะไรต่างๆ นานาก็จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น การส่งไฟล์ที่มีข้อมูลขนาดใหญ่ก็เพิ่มมากขึ้น นี่จึงถือเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่ช่วยให้การทำงานในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย แถมราคาในทุกวันนี้ก็ไม่ได้แพงมากเหมือนสมัยที่เกิดขึ้นมาแรกๆ ทำให้ทุกคนสามารถจับต้องใช้งานได้อย่างเต็มที่
การผลิตสายเน็ตไฟเบอร์
ตัวสายเน็ตไฟเบอร์หลักๆ นอกจากจะประกอบไปด้วยใยแก้วที่ทำมาจากแก้วหรือพลาสติกคุณภาพเยี่ยมแล้ว ยังมีเปลือกหุ้มที่อยู่ด้านใน (Cladding) ที่จะมีค่าดัชนีในการหักเหของแสงต่ำ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 125 ไมครอน ทำการเคลือบด้วยสีซิลีโคนที่มีความหนา 125 ไมครอนรอบตัว ซึ่งจากสีที่ว่านี้จะเป็นตัวสำคัญในการช่วยบอกว่าสายใยแก้วคือสายในลำดับที่เท่าไหร่ เหตุเพราะแต่ละเส้นเองจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมาก นั่นจึงทำให้สายจะถูกมัดรวมกันเป็นชุดชุดหนึ่งจะไม่เกิน 12 เส้น โดยอยู่ในหลอดพลาสติกคล้ายๆ กับหลอดกาแฟ (Loose Tube) จะทำให้บอกได้ว่าเส้นไหนเป็นเส้นไหนบ้างจะได้ทำให้ต้นทางกับปลายทางเป็นเส้นๆ เดียวกัน
จริงๆ แล้วการเกิดขึ้นมาของสายเน็ตไฟเบอร์ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การใช้ชีวิตของคนเราเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าอะไรก็ตามง่ายดายมากขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะ ยิ่งหากว่าเราสามารถเลือกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ดีได้มันก็จะยิ่งช่วยให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าเดิม นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ทันสมัยที่สุดอย่างหนึ่งในเวลานี้เลยก็ว่าได้